SabyEnglish

ฝึกภาษาอังกฤษ สนทนาภาษาอังกฤษ (English Conversation) และ โครงสร้างและการใช้ Tenses ต่างๆ

Showing posts with label english conversation. Show all posts

Sunday, February 24, 2019

แนะนำ Podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษที่ผมชอบ ทั้งไทยและต่างประเทศ

Podcast คือคลิปเสียง หรืออารมณ์รายการวิทยุที่ถูกจัดขึ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราสามารถหาฟังได้จาก Youtube และแอปพลิเคชันสำหรับฟังโดยเฉพาะ โดยส่วนตัวผมใช้แอปนี้ CastBox
ซึ่งเราสามารถฟังขณะเดินทางไปเรียน ไปทำงาน เพื่อเพิ่มความรู้ภาษาอังกฤษของเราได้นั้นเอง
เอาละ ไปเริ่มจาก Podcast ของคนไทยที่ผมชอบกันเลย

- คำนี้ดี 
แนะนำ podcast ฝึกภาษาอังกฤษ คำนี้ดี
เป็นรายการที่นำเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์มาเล่าให้ฟัง และจะแฝงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ประโยคภาษาอังกฤษให้เราด้วยในนั้น ตอนนี้มีเป็นร้อย episode แล้วครับ

ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย คำนี้ดี Playlist หรือ EP:0 แนะนำคำนี้ดี

- We need to talk
แนะนำ podcast ฝึกภาษาอังกฤษ ชื่อ we need to talk
รายการนี้จะเชิญดาราไทย ที่เป็นนักเรียนนอก หรือมีโอกาศได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พูดคุยถึงชีวิตแขกรับเชิญคนนั้น หรือการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศครับ จะเป็นอังกฤษล้วน เหมาะแก่การฝึกฟังมากๆ โดยเฉพาะถ้าเราชอบแขกรับเชิญในรอบนั้น เราจะอยากฟังมากขึ้นนั่นเอง

ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย We need to talk - Playlist

เรามาดูของต่างประเทศกันบ้างดีกว่าครับ
- All Ears English

แนะนำ Podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ All Ears English
รายการนี้จะเป็นการพูดคุยกันระหว่างสองพิธีกร Lindsay กับ Michael จะเป็นการแนะนำประโยค เล่าว่าจะพูดแบบนี้ต้องใช้คำว่าอะไร หรือตอบคำถามที่มีคนถามคำไปนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการพูดคุยแบบเป็นกันเอง สนุกๆครับ Concept ของช่องนี้คือ We believe in Connection NOT Perfection! หรือก็คือเราเชื่อว่าการฝึกภาษา เราใช้ในการสานสัมพันธ์ ไม่ใช่ต้องพูดเป๊ะ เพอร์เฟคอะไรขนาดนั้น
ใครอยากฟังต้องโหลดแอปแล้วแหละครับ แล้วลองค้น All Ears English ดูครับ อันนี้แอปที่ผมใช้ฟัง - แอป CastBox

- 6 Minute English
แนะนำรายการ podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ - 6 Minute English
รายการนี้จะเป็นพิธีกรสองคนที่จะหยิบยกเรื่องทั่วไปต่างๆที่มีประโยชน์ มาเล่าให้เราฟังใน 6 นาที จะมีการแนะนำและเน้นคำศัพท์ให้เราด้วยในทุกคลิป อาจจะฟังยากกว่า All Ears English ถ้าฟังละไม่เข้าใจ รอบสองก็ฟังแบบอ่าน Transcript ดูก็ได้ครับ ในเว็บจะมีให้อ่าน อันนี้ฟังจากในเว็บได้

ลองเข้าไปดูได้ที่ BBC 6 Minute English

Monday, February 18, 2019

15 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ ที่คุณควรนำไปใช้กับคนรักของคุณ พร้อมคำแปล


No matter what has happened. No matter what you’ve done. No matter what you will do. I will always love you. I swear it.
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคุณทำอะไรลงไป หรือไม่ว่าคุณกำลังจะทำอะไร ผมจะรักคุณตลอดไป ผมสาบานเลย

If I know what love is, it is because of you.
ถ้าฉันรู้ว่ารักคืออะไร นั่นก็เพราะคุณ

I love you the way a drowning man loves air.
ฉันรักคุณมาก เสมือนกับผู้ชายจมน้ำที่ต้องการอากาศ

And in your smile I see something more beautiful than the stars.
และในรอบยิ้มของคุณ ฉันก็ได้เห็นบางอย่างที่สวยงามยิ่งกว่าดวงดาว

I wish I were an octopus so that I would have more arms to hold you.
ฉันอยากจะเป็นปลาหมึก จะได้มีมือมากมายมากอดคุณ

When you need someone to be there for you, I’ll be right there by your side always!
เวลาที่คุณต้องการคนที่อยู่ข้างๆ ฉันนี่แหละที่จะไปอยู่ข้างๆคุณ เสมอไปเลย

I wish life had a pause button. I would pause every moment we spend together.
ถ้าชีวิตมีปุ่มหยุดก็คงดี ฉันจะได้หยุดทุกๆช่วงเวลาที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

My heart for you will never break. My smile for you will never fade. My love for you will never end. I love you!
หัวใจของฉันเพื่อคุณจะไม่มีวันถูกทำลาย รอบยิ้มของฉันเพื่อคุณจะไม่มีวันเลือนหาย ความรักของฉันที่มีให้คุณจะไม่มีวันสิ้นสุด ฉันรักคุณ

You are artwork I could admire forever.
คุณคืองานศิลปะที่ฉันชื่นชมตลอดไป

Your presence makes the world more beautiful.
การมีอยู่ของคุณทำให้โลกนี้สวยงามขึ้นเยอะเลย

Your smile is sweeter than sugar.
รอยยิ้มของคุณหวานยิ่งกว่าน้ำตาลอีก

No flower in this whole world can match your beauty, my love.
ไม่มีดอกไม้ไหนในโลกนี้ที่เทียบความสวยของคุณได้เลยที่รัก

Life is beautiful because of you.
ชีวิตสวยงามก็เพราะคุณ

My world has no meaning without you.
โลกของฉันจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่มีคุณอยู่

I always thought that happiness started with an H, but now I see that it starts with U.
ฉันคิดมาตลอดว่า ความสุขมันเริ่มต้นด้วยตัว H  แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันเริ่มต้นด้วยตัว U

Saturday, December 22, 2018

บทสนทนาภาษาอังกฤษ Getting Cold Feet

Getting Cold Feet.

Pim: Can you believe it Jane? Your wedding is in two weeks!
นี่ เชื่อไหมเจน แกจะได้แต่งงานในอีกสองอาทิตย์แล้วนะ

Jane: I know.
ฉันรู้

Pim: What's wrong?
เกิดอะไรขึ้น

Jane: Well... I think I'm getting cold feet.
เอ่อ... ฉันคิดว่าฉันรู้สึกกังวลมากๆเลย

Pim: Oh, don't worry. That's normal. That's how I felt before I married Kim. But everything will be fine. You and Gorn are really great together.
โอ้ อย่ากังวลไปเลย นั่นเป็นเรื่องปกติ ฉันก็รู้สึกกังวัลเหมือนกันตอนก่อนจะแต่งงานกับคิม แต่ทุกๆอย่างจะดีเองนะ เธอกับกรก็ไปด้วยกันได้ดีมากๆเลยนะ

Jane: I know, but maybe we should wait. We can't even afford to buy furniture!
ฉันรู้ แต่บางทีฉันคิดว่าเราควรรอก่อน แม้แต่เฟอร์นิเจอร์เรายังจะไม่มีเงินพอจะซื้อเลย


Pim: Oh, so it's money that's make you have second thoughts. But deep down you really want to get married.
โอ้ เป็นเพราะเงินนี่เอง ที่ทำให้แกคิดที่จะเปลี่ยนความคิด แต่ลึกๆแล้ว แกอยากจะแต่งงานมากๆเลยนะ

Jane: You're right. I really do. I'm dying to marry Gorn.
ใช่ แกพูดถูก ฉ้นอยากจะแต่งงานกับกรมากๆเลย


คำอธิบายเพิ่มสำหรับสำนวน
Cold feet แปลว่า Become so nervous about starting something new.
ในไทยก็คือ รู้สึกกลัว กังวลใจ มากๆ กับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิต เช่นการแต่งงาน การเริ่มทำงานที่ใหม่

Deep down  แปลว่า Your true feeling ในไทยก็คือ ความรู้สึกจริงๆ ลึกๆในใจของคุณ

be dying to (do something new) แปลว่า want to do something very, very much.
ในไทยก็คือ ต้องการทำบางอย่างแบบมากๆ

Friday, July 31, 2015

4 วิธีฝึกภาษาอังกฤษง่ายๆ จากที่บ้าน

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการฝึกภาษาอังกฤษ จากที่บ้านได้ง่ายๆ 4 วิธี ที่ได้ทั้งการพูดการฟัง รวมถึงการอ่าน ในการเรียนภาษานั้น สิ่งที่เราควรจะเริ่มเรียนอันดับแรกคือการฟังครับ เหมือนตอนเราเกิด ก่อนจะเริ่มพูดภาษาไทย เราเริ่มที่การฟังก่อน แต่ในประเทศเรานั้นการเรียนภาษาอังกฤษกลับเริ่มที่การเขียน หรือถึงแกรมม่าต่างๆครับ

มาดู 4 วิธีกันเลย

1.) ดูหนังภาษาอังกฤษ หรือซีรี่ภาษาอังกฤษ เรื่องที่คุณชอบ แน่นอนว่าต้องฟังเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แนะนำให้ดูเรื่องละ 2 รอบครับ รอบแรกให้ดูเป็น Sound Track และเปิดซับภาษาอังกฤษ จากนั้นดูรอบสอง เป็น ซับภาษาไทยครับ เวลาดูก็ให้เราพยายามพูดตามไปด้วยครับ หลังจากทำไปบ่อยๆ ประโยคพูดมันจะติดปากเรามาเองเลย และเป็นการฝึกการฟังที่ดีมากๆ

2.) ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ครับ ฟังเพลงที่เราชอบได้เลย แต่ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว เราต้องแปลความหมายในเพลงด้วย เดี๋ยวนี้มีหลายเว็บไซต์ครับที่แปลเนื้อเพลงภาษาอักกฤษเป็นภาษาไทยให้ เราก็ฟัง พยายามร้องเนื้อเพลงตาม เป็นการฝึกฟังและพูดที่ดีมากเลยครับ รวมถึงสามารถฝึกได้สบายๆด้วยการฟังเพลง

3.) ดูการ์ตูนเด็ก ถ้าหนังเป็นคำศัพท์ที่ยากเกิน ผมแนะนำการ์ตูนเด็กครับ เปิดซับภาษาอังกฤษ พยายามฟัง พยายามแปลครับ แน่นอนว่าคำศัพท์ไม่ยากเลยในการ์ตูนสำหรับเด็ก

ผมแนะนำเรื่องนี้ครับ Peppa Pig สามารถดูได้ที่ Youtube เลยครับ เรื่องนี้จะไม่เด็กเกินไปครับ ดูสนุกๆ

4.) หาเพื่อนต่างชาติคุยครับ ซึ่งจะทำให้เราได้ฝึกในทุกๆวัน ถ้าใครต้องการจะหาเพื่อนคุย ก็สามารถหาได้ที่เว็ปไซต์ http://www.englishbaby.com/ ครับ จะมีชาวต่างชาติประเทศต่างๆมากมาย ที่ต้องการจะฝึกภาษาอังกฤษครับ หรือบางคนก็ต้องการหาเพื่อนต่างชาติ โพสต์รูปโพสต์ประวัติย่อๆไว้ให้เราติดต่อครับ รวมถึงเราสามารถแนะนำตัวเองให้คนติดต่อมาได้เช่นกัน ถ้าใครมีเป้าหมายจะหาแฟนต่างชาตินี่ อาจจะยิ่งเพิ่มความขยันในการฝึกได้อีกด้วยนะครับ ฮ่าๆ

ภายในเว็บไซต์ยังมีบทเรียนภาษาอังกฤษด้วยนะครับ

ฝึกภาษาอังกฤษกับ English Baby

Tuesday, May 26, 2015

การแบ่งระดับความชอบและไม่ชอบ ในภาษาอังกฤษ

มาพูดในด้านบวก กันก่อนนะครับ

ไล่จากมากไปน้อยได้ดังนี้

I adore Tom Cruise
ฉันรัก ทอม ครูซ มาก

I really love pizza.
ฉันชอบพิซซ่ามาก

I love Britney Spears.
ฉันชอบบริตนีย์ สเปียร์


ส่วนในด้านลบหรือไม่ชอบ

ไล่จากมากไปน้อยเหมือนเดิมนะครับ

I don't care for sushi
ฉันไม่ชอบซูชิ (ไม่ชอบแบบสุดๆ ไม่กินแน่ๆ)

I really don't like beer.
ฉันไม่ชอบเบียร์เอาเสียเลย

I don't like to clean my room.
ฉันไม่ชอบทำความสะอาดห้อง (ไม่ชอบ ไม่อยากทำ แต่ก็ยังทำบ้างแหละ ไม่งั้นสกปรกแย่)

Sunday, April 19, 2015

How often do you exercise? คุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน

ในยุคปัจจุบันนั้น คนเราขาดการออกกำลังกายกันมากขึ้น เนื่องจากทำงานหนัก หรือมัวแต่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเกมนั่นเอง วันนี้เราจะมาเรียนภาษาอังกฤษกัน ว่าคุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน

How often do you exercise?
คุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน

Very often. I go to the gym every day. I never miss it.
บ่อยมาก ฉันไปโรงยิมทุกวัน ไม่เคยพลาดเลย

Fairly often. I play tennis twice a week with my father.
ผมออกกำลังกายค่อนข้างบ่อย ผมเล่นเทนนิสกับพ่อสัปดาห์ละสองครั้ง

I exercise pretty often. I go swimming three times a week.
ผมออกกำลังกายค่อนข้างบ่อย ผมไปว่ายน้ำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

Not too often. I go basketball about once a week.
ไม่บ่อย ผมไปเล่นบาสเก็ตบอล สัปดาห์ละครั้งเอง

Hardly ever. About once a month, I'll do something physical.
แทบจะไม่ เดือนละครั้งได้ ผมถึงจะออกกำลังกาย

When pigs fly. I never exercise, but I should.
ไม่เคยเลยแม้แต่น้อย ฉันไม่เคยออกกำลังกายเลย อันที่จริง ฉันควรออกกำลังกายบ้าง

Note: 
When pigs fly เป็นสำนวนนะครับ ถ้าแปลตรงๆคือ เมื่อหมูบินได้ ซึ่งปกติหมูบินไม่ได้นั่นเอง ก็เทียบกับว่ามันเป็นไปไม่ได้นั่นเอง 

Pigs can't fly. It's impossible หมูไม่สามารถบินได้ มันเป็นไปไม่ได้


Note:
I GO + sport หรือ I PLAY + sport   คือการบอกว่าผมไปเล่นกีฬานั้นๆ เช่น

I go jogging ผมไปวิ่งจ๊อกกิ้ง
I play badminton ฉันไปเล่นแบตมินตัน

อย่าลืมนะครับ ว่าการออกกำลังกายนั้นสำคัญมาก วันนี้ขอจบบทความภาษาอังกฤษไว้เพียงเท่านี้ก่อน สวัสดีครับ

Sunday, January 25, 2015

Comparison การเปรียบเทียบ

Good, Better, Best  = ดี, ดีกว่า, ดีที่สุด
Bad, Worse, Worst = แย่, แย่กว่า, แย่ที่สุด

มาดูตัวอย่างประโยคกันนะครับ

The pizza is good. 
พิซซ่าอร่อยดี

But my mother makes much better pizza than this.
แต่แม่ฉันทำพิซซ่าอร่อยกว่า

My cell phone is better than yours.
มือถือของฉันดีกว่าของเธอ

But I have the worst cell phone in my family.
แต่มือถือของฉันแย่ที่สุดในบ้าน

My father is the best father in the world.
คุณพ่อของฉันเป็นคนดีที่สุดในโลก

But my mother says he's the worst husband in the world.
แต่คุณแม่บอกว่าคุณพ่อเป็นสามีที่แย่ที่สุดในโลก

That is good, that one is better, this one is the best.
อันนั้นดี อันนั้นดีกว่า อันนี้ดีที่สุด

The best movie I ever saw was Forrest Gump.
ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่ฉันเคยดูมาคือเรื่อง ฟอร์เรสท์ กัมพ์

Which one do you want to hear first? Bad news or worse news?
คุณอย่างฟังเรื่องไหนก่อน ข่าวร้ายหรือข่าวร้ายกว่า

My father already has a good car, but he wants a better car.
พ่อของฉันมีรถที่ดีอยู่แล้ว แต่อยากได้รถที่ดีกว่า

How are you going mate? เป็นไงบ้างเพื่อน

How are you going mate?
= เป็นไงบ้างเพื่อน

ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่าไปไหน ไปอย่างไรนะครับ ประโยคนี้เหมือนกับการถาม How are you, my friend?

This is a very popular sentence for English and Australian.
= เป็นประโยคที่คนอังกฤษ และออสเตรเลียใช้บ่อย

เรายังมีประโยคในการทักทาย ว่าเป็นยังไงบ้างอีกหลายประโยคให้เลือกใช้กัน

ไปดูตัวอย่างกันเลย

How are you?            สบายดีไหม
How's it going?         เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How are you doing? เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How's life?                ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How are things?       ทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง  (ไม่เป็นทางการ) 

Saturday, January 24, 2015

คำถามเกี่ยบกับงานอดิเรก (Hobby)

วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำถามเกี่ยวกับการงานอดิเรกเป็นภาษาอังกฤษกันนะครับ

Hobby = งานอดิเรก

Do you have a hobby?
คุณมีงานอดิเรกมั้ย

Yes, I play the piano. I have played for about 6 years.
มี ฉันเล่นเปียโนมา 6 ปีแล้ว

Yes, I collect movie postcards. I have about 100.
มี ฉันสะสมใบปลิวโฆษณาหนัง ฉันมี 100 ใบเชียวนะ

I have no hobby. All I do is study and sleep.
ฉันไม่มีงานอดิเรก ถ้าไม่อ่านหนังสือก็นอน

Not really. I like listening to music, but that is not a hobby.
ไม่เชิง ฉันชอบฟังเพลง แต่ไม่ใช่งานอดิเรก


When did you start? คุณเริ่มทำงานอดิเรกเมื่อไหร่

I started about five years ago.
ผมทำมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

I started in high school.
ผมเริ่มทำตอนอยู่มัธยมปลายครับ

How many years have you had this hobby?
คุณทำงานอดิเรกนี้มานานกี่ปีแล้ว

I've had it for five years
ผมทำมา 5 ปีแล้วครับ

Is your hobby expensive? งานอดิเรกคุณใช้เงินมากไหม

Yes, I spend a lot of money on photography supplies.
มากค่ะ ฉันต้องจ่ายเงินมากสำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพ

A little. The health club costs 500 baht a month.
นิดหน่อยครับ ฉันจ่ายค่าสมาชิกชมรมสุขภาพเดือนละ 500 บาท

No. Badminton is pretty inexpensive to play.
ไม่เลยครับ สำหรับผม แบดมินตันแทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย

Thursday, July 31, 2014

ไม่เป็นไร ภาษาอังกฤษ ใช้อะไรได้บ้าง

ไม่เป็นไรภาษาอังกฤษใช้อะไรได้บ้าง 

กรณีแรก ไปทำอะไรให้ใครช่วยอะไรใครแล้วอีกฝ่ายขอบคุณเรามา เราก็สามารถตอบกลับไปได้หลายคำเช่น

You're welcome  ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ
Not at all  ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ
My pleasure. เต็มใจครับ/ค่ะ
Sure./Of course แน่นอนเพื่อน (ไม่เป็นทางการ ใช้กับเพื่อนฝูง)
You're welcome. It was my pleasure. ไม่เป็นไรครับ ผมทำด้วยความเต็มใจ

กรณีสอง เขามาเหยียบเท้าแล้วขอโทษ เดินชนเราหรืออะไรละขอโทษเรา เราก็จะสามารถตอบไม่เป็นไรกลับไปได้ว่า

It's OK / That's OK    ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ 
No problem !  ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา
That's alright  ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ
Don't mention it ไม่เป็นไร ประมาณว่าอย่ากล่าวถึงมันเลย ไม่เป็นไร
Forget it  ไม่เป็นไร ลืมมันซะ (ไม่เป็นทางการ)

Never mind./ It doesn't matter ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ออกแนวเชิงลบๆมากขึ้น

Thank you. (for lending me a pen) ขอบคุณที่ให้ยืมปากกา
Never mind ช่างมันเหอะ ไม่เป็นไรอารมณ์หยาบๆนิดนึง


English conversation : A Business Call

English conversation สนทนาภาษาอังกฤษ

A Bussiness Call การติดต่อธุรกิจทางโทรศัพท์

Johnson : Hello, This is Johnson from the United States.
               สวัสดีครับ ผมจอห์นสันจากอเมริกา คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
Secretary : I don't speak English very well, so please speak slowly.
                ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก กรุณาพูดช้าๆหน่อยนะค่ะ
Johnson : May I speak to Mr. Sawang of the sales department?
               ขอผมพูดกับคุณแสวงฝ่ายขายได้ไหมครับ
Secretary : One moment, please.
                 กรุณารอสักครู่นะค่ะ
Sawang : Hello, This is Sawang speaking. Is that you, Mr Johnson? How are you?
              สวัสดีครับ ผมแสวงครับ คุณคือคุณจอห์นสันใช่ไหมครับ สบายดีไหมครับ
Johnson :  I'm fine, thank you. How are you?
                สบายดีครับ ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ
Sawang : Very well, thank you. What can I do for you today?
               สบายดีครับ วันนี้ ให้ผมรับใช้อะไรครับ
Johnson : I'd like to know if the T project is going ahead on schedule.
              ผมอยากทราบว่าโครงการที ดำเนินการเป็นไปตามแผนรึป่าว
Sawang : There's no problem. Don't worry about it.
               ไม่มีปัญหาครับ อย่ากังวลไปเลย

Tuesday, July 29, 2014

Conversation: เกี่ยวกับเครื่องดนตรี

Do you play a musical instrument?
คุณเล่นเครื่องดนตรีเป็นไหม

- Yes, I play the piano and the guitar. I am also in a rock band.
   เล่นเป็นครับ ผมเล่นเปียโนกับกีต้าร์ได้ ผมเป็นสมาชิกวงดนตรีร็อคด้วย
- Yes, I play the violin. Everyone in my family plays an instrument.
   เป็นค่ะ ฉันเล่นไวโอลิน ครอบครัวของฉันเล่นดนตรีเป็นทุกคน
- Yes I have played the guitar since middle school
   เป็นครับ ผมเล่นกีต้าร์มาตั้งแต่มัธยมต้น
- I used to play the flute. But since high school, I have no time.
   ผมเคยเล่นฟลุตได้ครับ แต่ผมไม่มีเวลาเล่นอีกเลย ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย
- Not really. I used to play the piano, but not since high school.
  เล่นไม่ค่อยเป็นครับ ผมเคยเล่นเปียโน แต่ไม่ได้เล่นอีกเลยตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย

How long have you played?
คุณเล่นมานานแค่ไหนแล้ว

- I've played for about ten years ผมเล่นมาราวๆ 10 ปีแล้ว
- I've played since I was twelve. ฉันเล่นตั้งแต่อายุ 12 ปี
- I've played off and on since I was about eight.
   ฉันเล่นบ้างไม่เล่นบ้าง ตั้งแต่ฉัน 8 ขวบ

How old were you when you started?
คุณเริ่มเล่นมาตั้งแต่อายุเท่าไหร่

- I was about ten when I started. ผมเริ่มเล่นครั้งแรกตอน 10 ขวบ
- I started when I was in middle school. ผมเริ่มเล่นตอนมัธยมต้น
- I started about five years ago. ฉันเริ่มเล่นประมาณ 5 ปีที่แล้ว

Are you good ? คุณเล่นเก่งหรือป่าว

- Pretty good. I won a contest once. ค่อนข้างเก่ง ฉันเคยแข่งชนะหนึ่งครั้ง
- To be honest, yes. I'm pretty good. I could have been a music major but I choose English instead.
   พูดตรงๆเลยนะ ก็ค่อนข้างเก่ง ที่จริงฉันควรจะเรียนเอกดนตรี แต่กลับเลือกเอกภาษาอังกฤษ
- I used to be pretty good, but now I'm just so-so. I have to study all the time, so I have no time to practice.
   เมื่อก่อนฉันเล่นเก่ง แต่ตอนนี้แค่พอได้ ฉันต้องเรียนตลอดเวลา จึงไม่มีเวลาซ้อมเลย
- Not really. เล่นไม่เก่งเลย

อยากรู้จักเครื่องดนตรีภาษาอังกฤษ อ่านต่อ >>> คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเครื่องดนตรี

Sunday, July 27, 2014

Conversation : วัน เดือน ปี วันที่ภาษาอังกฤษ

Excuse me. What's the day today?  ขอโทษครับ วันนี้วันอะไร
Today is Monday. วันนี้วันจันทร์ค่ะ

Where were you born ? คุณเกิดที่ไหนครับ
I was born in a little town not far form here.
ฉันเกิดในเมืองเล็กๆแห่หนึ่งไมไกลจากที่นี่ค่ะ

What's the date today? วันนี้วันที่เท่าไหร่ครับ
Today is November second , nineteen ninety-five.
วันนี้เป็นวันที่สอง เดือนพฤศจิกายน 1995 ค่ะ

When were you born? คุณเกิดเมื่อไรครับ
I was born in January eleventh, nineteen ninety-five ฉันเกิดวันที่ 11 มกราคม 1995 ค่ะ

เนื่องจากการบอกวันที่ภาษาอังกฤษ จะใช้ตัวเลขเป็นลำดับที่เฉพาะ จากตัวอย่างสนทนาภาษาอังกฤษด้านบน ด้านล่างนี่คือตารางลำดับที่ทั้ง 31 ตัวเลข ถ้าลองสังเกต เลขที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย 1,2,3 จะเติม th ไปเติมทันที ส่วนเลข 1,2,3 จะได้ตัวแรกเฉพาะมาแทนคือ first,second,third

วันที่ภาษาอังกฤษ
1stfirst
2ndsecond
3rdthird
4thforth
5thfifth
6thsixth
7thseventh
8theighth
9thninth
10thtenth
11theleventh
12thtwelfth
13ththirteenth
14thfourteenth
15thfifteenth
16thsixteenth
17thseventeenth
18theighteenth
19thnineteenth
20thtwentieth
21sttwenty-first
22ndtwenty-second
23rdtwenty-third
24thtwenty-fourth
25thtwenty-fifth
26thtwenty-sixth
27thtwenty-seventh
28thtwenty-eighth
29thtwenty-ninth
30ththirtieth
31stthirty-first

Saturday, July 26, 2014

รวมประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ ซึ้งๆ

วันนี้ผมได้ รวมประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ มาให้อ่านกันครับ เผื่อจะเอาไปใช้กับคนที่คุณรัก ก็คงน่าซึ้งใจ ไม่น้อยเลย

I love you  ฉันรักคุณ
I really love you. / I do love you. ฉันรักคุณจริงๆ
I love you because it's you. ฉันรักคุณที่คุณเป็นคุณ
I love the real you. ฉันรักตัวตนที่แท้จริงของคุณ
I love you with all my heart. ฉันรักคุณหมดหัวใจเลย
I like you. ฉันชอบคุณ
I like your smile. ฉันชอบรอยยิ้มของคุณ
I find you very attractive ฉันเห็นว่าคุณมีเสน่ห์มาก
You make me tremble. คุณทำฉันหวั่นไหว
I have fallen in love with you รักคุณเข้าแล้ว
I miss you. ฉันคิดถึงคุณ
I miss you like crazy. ฉันคิดถึงคุณใจจะขาด
I enjoy spending time with you. ฉันสนุกมากเวลาอยู่กับคุณ
I'm so lonely without you. ไม่มีคุณ ฉันเหงามาก
I want you / I need you ฉันต้องการคุณ
I want to be with you. ฉันอยากอยู่กับคุณ
I want to be with you all the time. ฉันยากอยู่กับคุณ ตลอดเวลา
I want to be with you forever. ฉันอยากอยู่กับคุณตลอดไป
I will always love you. ฉันจะรักคุณตลอดไป
I'm serious about you ฉันจริงจังกับคุณนะ
I'm crazy about you ฉันคลั่งไคล้คุณ
I'm so happy being around you. ฉันมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คุณ
You mean everything to me. คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน
You are my precious thing  คุณคือสิ่งมีค่าของฉัน
I love you only. ฉันรักคุณคนเดียวเท่านั้น
I will be faithful to you. ฉันจะซื่อสัตย์ต่อคุณ
I will never cheat on you. ฉันจะไม่นอกใจคุณ
My heart is all yours หัวใจของฉันเป็นของคุณทั้งหมด
My heart always has a room for you. หัวใจฉันว่างสำหรับคุณเสมอ
I can't love anyone else. ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว
You 're mine. คุณเป็นของฉัน
You are my sweetheart. คุณคือสุดที่รักของฉัน

อ่านละอยากชวนใครออกเดตอ่านต่อที่ >>> อยากชวนออกเดต ภาษาอังกฤษ พูดยังไงดีนะ

Friday, July 25, 2014

การทักทาย เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าประโยคคำถามคำตอบที่สามาถใช้ สนทนาภาษาอังกฤษ (English conversation) 
ในชีวิตประจำวันได้

ประโยคคำถามสำหรับถามว่าเป็นไงบ้าง สบายดีไหม ภาษาอังกฤษ

How are you?            สบายดีไหม
How's it going ?         เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How are you doing ? เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How's life ?               ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง (ไม่เป็นทางการ)
How are things ?        ทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง  (ไม่เป็นทางการ)

สำหรับการตอบก็ตอบได้หลายแบบ

I'm fine, thanks.         ฉันสบายดี ขอบคุณ
I'm OK, thanks.        ฉันสบายดี ขอบคุณ
alright, thanks            เรียบร้อยดี ขอบคุณ
not too bad, thanks   ก็ไม่เลวนัก ขอบคุณ
not so well                ก็ไม่ดีเท่าไหร่

สบายดี ภาษาอังกฤษ ที่คนไทยอย่างเราถูกสอนให้ใช้จนชินคือคำว่า I'm fine Thank you. and you? ยังมีประโยคอีกมากที่เราสามารถใช้ได้ อ่านเพิ่มเติมที่ >>>เบื่อไหม I'm fine Thank you. and you ?

Conversation : คำถามคำตอบเกี่ยวกับภาควิชา

คำถามคำตอบเกี่ยวกับภาควิชา วิชาที่เรียน เอาไว้ใช้สนทนาภาษาอังกฤษ(English Conversation)

What is your major?/What year are you?
คุณเรียนวิชาเอกอะไร/คุณเรียนปีอะไร

1. My major is chemistry and I'm a fresh man.
    ฉันเรียนเอกเคมี ปี 1

2. My major is fashion design and I'm a sophomore
    ฉันเรียนเอกแฟชั่นดีไซน์ ปี 2

3 My major is English I'm a sophomore. But I was a junior chemistry major before I transferred here.
   ฉันเรียนเอกภาษาอังกฤษ ปี 2 แต่ฉันเคยเรียนเอกเคมี ปี 3 ก่อนย้ายมาเรียนที่นี่

4. I'm majoring in fine art and I'm a senior.
    ฉันกำลังเรียนเอกวิจิตรศิลป์ ปี 4

Did your parents help you choose your major ?
พ่อแม่ของคุณมีส่วนช่วยในการเลือกวิชาเอกหรือไม่

- Yes, my father wanted me to major in English.
   มีส่วน พ่ออยากให้ฉันเรียนเอกวิชาอังกฤษ 

- Sort of. I wanted to major in art, but my father said no.
  ก็มีส่วน ฉันอยากเรียนศิลปะ แต่พอบอกไม่ให้เรียน

- My parents said they not help me if I went into art.
  ท่านบอกจะไม่ช่วยเหลือฉัน ถ้าฉันเรียนเอกศิลปะ

- They said whatever I wanted was fine with them.
   ท่านบอกว่า แล้วแต่ผมอยากเรียนอะไร

Do you like your major?
คุณชอบวิชาเอกของคุณไหม

- Yes, I love it.  ใช่ฉันชอบมาก

- Not really. My parents made me major in this.
  ก็ไม่เชิง พ่อแม่ของฉันบังคับให้ฉันเรียนเอกวิชานี้

- I don't love it, but I should be able to get a good job.
   ฉันไม่ชอบหรอก แต่ก็คิดว่าน่าจะได้งานดีๆ ทำ

*freshman = ปี 1  , sophomore =  ปี 2 , junior = ปี 3 , senior = ปี 4
*สามารถท่องศัพท์เพิ่มเติมได้ >>> คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับภาควิชา

Thursday, July 24, 2014

อยากชวนออกเดต ภาษาอังกฤษ พูดยังไงดีนะ

สนทนาภาษาอังกฤษ(English conversation)  คำถามสำหรับชวนออกเดต

Would you like to do something on Wednesday?
คุณอยากไปเที่ยวในวันพุธนี้ไหม

Are you busy on Tuesday?
วันอังคารคุณยุ่งไหม

Are you free on Monday?
วันจันทร์คุณว่างไหม

Do you have any plans this weekend?
คุณมีแผนการอะไรไหมในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

What time are you free?
คุณว่างตอนไหน

What time is convenient?
คุณสะดวกตอนไหน

What time do you want to meet?
คุณจะเจอกันกี่โมงดี

Where do you want to meet?
คุณอยากเจอกันที่ไหน

Where can we meet?
เราจะเจอกันที่ไหนดี

Where exactly?
เจอกันที่ไหนดีล่ะ

What about meeting at .......?
เจอกันที่.......เป็นไง

I'm not familiar with that area.
ฉันไม่คุ้นเคยที่นั่น

How do you want to go?
คุณจะไปยังไง

Do you want to go by bus?
คุณอยากนั่งรถประจำทางไหม

Shall we just take a taxi?
เราไปแท็กซี่กันไหม

 การตอบตกลง คำชวนออกเดตก็พูดได้หลายอย่าง
- You bet.               อย่างนั้นแหละ
- I'd love to.           ดีค่ะ
- Sounds like fun.   ฟังน่าสนุก
- Sounds great.      ฟังดูเยี่ยมเลยนะ
- Let's do it            อย่างนั้นก็ได้
- You got it            นั่นแหละ
- Count me in.       ขอแจมด้วยคน

การตอบปฎิเสธ ก็พูดเลี่ยงได้หลายอย่าง
- I'd love to but...         ฉันอยากไปนะ แต่...
- I already have plans.  ฉันมีแผนอื่นแล้ว
- I'm busy on Monday. What about Friday?  วันพุธฉันยุ่ง วันศุกร์ได้ไหม
- I'm free on Tuesday. Is that OK for you? วันอังคารฉันว่าง คุณสะดวกไหม
- Oh, gee. I'm sorry. But can I have a rain check? ว้า ขอโทษด้วยจริงๆ ไว้ครวหน้าได้ไหมคะ
  (rain check เป็นสำนวน แปลว่า ขอผัด ขอเลื่อนออกไป ใช้พูดกรณีที่อยากไปแต่ไปไม่ได้)
- Oh, gee I can't. My mother is sick. โอ๊ะ ไปไม่ได้น่ะสิ คุณแม่ฉันป่วย
  (การพูดลักษณะนี้ เป็นการพูดเลี่ยงที่จะไม่ไป)

Tuesday, July 22, 2014

English Conversation : At coffee shop

English Conversation : At coffee shop

Robert : Good morning, Preaw. How are you today ? 
             สวัสดีตอนเช้าแพรว สบายดีไหม

Preaw : Very well, thank you , Robert. And how are you ?
             สบายดีมากค่ะ ขอบคุณ โรเบิร์ต แล้วคุณล่ะ

Robert : I just recover from illness.
             ผมเพิ่งหายป่วยน่ะ

Preaw : I'm sorry about that. So, what had happened ?
             เสียใจด้วยนะคะ เอ่อ แล้วคุณเป็นอะไรค่ะ

Robert : Maybe I work too much.
             สงสัยจะเป็นเพราะทำงานหนักไปหน่อย

Preaw : What do you do ?
             คุณทำงานอะไรค่ะ

Robert : I work as a product manager at TCR company.
             ผมเป็นผู้จัดการฝ่ายสิ้นค้าของบริษัททีซีอาร์ ครับ

Preaw : Anyway, I'd advise you to take a rest enough.
            ยังไงก็ตาม ฉันคิดว่าคุณควรจะพักผ่อนให้เพียงพอนะ

Robert : Thanks for your advice.
              ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

Preaw : You're welcome
             ด้วยความยินดีค่ะ

Thursday, July 17, 2014

ประโยคคำถามที่ควรเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าตอนสมัครงาน

How do you know about our organization ?
= คุณรู้จักองบริษัท (องค์การ) ของเราได้อย่างไร

Have you participated in any volunteer or community work ?
= คุณเคยร่วมงานอาสาสมัครหรืองานชุมชนบ้างไหม

How did previous employers treat you ?
= นายจ้างคนเก่าปฎิบัติต่อคุณอย่างไร

Do you like routine work?
= คุณชอบงานประจำไหม

What are your future vocational plans ?
= คุณวางแผนอาชีพในอนาคตที่ไหน อย่างไร

What was your overall grade-point average ?
= คุณได้เกรดเฉลี่ยทั้งหมดเท่าไร

What was your grade-point average in your major field ?
= ในวิชาเอกคุณได้เกรดเฉลี่ย เท่าไร

What courses did you enjoy while in university?
= ในมหาวิทยาลัยคุณชอบวิชาไหน

What courses did you enjoy least ?
= วิชาไหนที่คุณชอบน้อย

What position are you most interested?
= คุณสนใจตำแหน่งไหนมากที่สุด

การเขียนบันทึกทางโทรศัพท์ Talking a Telephone Message


Johnson : Hello. Is this P.N. Company ?  (สวัสดีครับ บริษัทพีเอ็นใช่ไหมครับ)

Secretary : Yes, it is. Who's calling please ?    (ใช่ค่ะ ใครพูดคะ)

Johnson : This is Johnson from CM Company. May I speak to the chief clerk Mr.Somchai (ผมจอนห์นสันครับ จากบริษัทซีเอ็ม ขอเรียนสายหัวหน้าเสมียน คุณสมชาย)

Secretary : I'm afraid he's not in at the momonet. Would you like to leave a message ? (ตอนนี้เขาไม่อยู่ค่ะ ต้องการทิ้งข้อความอะไรไว้ไหมค่ะ)

Johnson : Is there anyone else who knows about the T project ?
               (มีใครอื่นมั้ยที่รู้เกี่ยวกับโครงการ ที)

Secretary : I'm sorry Mr.Somchai is the only one who is authorized to speak on that matter. (ต้องขอโทษด้วยนะคะ คุณสมชายเป็นคนเดียว ที่มีอำนาจในการคุยโครงการนี้คะ)

Johnson : I see. could you get him call me when he returns ?
                (เข้าใจแล้วครับ เขากลับมาเมื่อไหร่ช่วยให้เขาโทรหาผมได้ไหมครับ)

Secretary : Certainly. May I have your telephone number ?
                 (ได้ค่ะ กรุณาบอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณด้วยค่ะ)

Johnson : New York 321-4267. (นิวยอร์ก 321-4267)

Secretary : 321-4267 in New York ?  (นิวยอร์ก 321-4267 ใช่ไหมค่ะ)

Johnson : That's right Please pass on my message.
               (ใช่ครับ ฝากบอก เขาด้วยนะครับ)

Secretary : Certainly. Good-bye. (ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ)