Showing posts with label ฝึกภาษาอังกฤษ. Show all posts
Monday, April 6, 2020
7 สิ่งที่คุณควรทำ เวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร
คุณเคยรู้อยากลงมือทำอะไร ให้ประสบความสำเร็จแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเลยไหม
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องไปกับ 7 สิ่งที่คุณควรทำเวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร (7 Effective Steps to Taking Action When You Don’t Know What to Do)
ไปเริ่มข้อแรกกันเลย
1) Your Destination (เป้าหมายของคุณ)
สิ่งแรกที่คุณควรทำคือถามตัวเองก่อนว่าคุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายสูงสุดคืออะไร
What do you want to accomplish? (คุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ)
What is your ultimate goal? (จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคุณคืออะไร)
2) Your Knowledge (ความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองต่อคือ What dou you know? (คุณรู้อะไรบ้าง)
ในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ แล้วตอนนี้คุณมีพอที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จไหม
ถ้าคุณมีพอแล้ว คุณควรเริ่มลงมือทำ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวคุณเอง คุณกลัวการที่จะลงมือทำ
Most people are their own worst enemies. คนส่วนใหญ่มักจะแพ้ภัยตัวเอง
3) Your Gabs (ช่องว่าง ในที่นี้คือช่องว่างของความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองในข้อนี้คือ
What do you need to learn in order to take action? (อะไรที่คุณต้องรู้ ต้องเติม เพื่อที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง)
ถ้าคุณรู้เพียงพอคุณควรเริ่ม แต่ถ้าคุณยังขาดความรู้ในเรื่องไหน คุณควรต้องรู้ก่อนว่าคุณขาดอะไร ทำไมเรื่องนี้จำเป็นต้องรู้ และคุณควรไปหาความรู้เรื่องนั้น เพื่อที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งที่คุณจะประสบความสำเร็จ
4) Your Obstacles (อุปสรรคของคุณ)
หลังจากความรู้คุณเพียงพอแล้ว คุณควรถามตัวเองว่า
What would be my obstacles? (อุปสรรคของฉันคืออะไรบ้าง)
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นเคยเจออุปสรรคมากมาย และล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ
ปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่ความล้มเหลว หลายๆคนจะคิดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วมันตรงข้ามเลย
Mistakes are stepping stones to success. (ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ)
If you never made mistakes, and if you never failed, you would never learn and discover what truly works. (ถ้าคุณไม่เคยผิดพลาด หรือล้มเหลวเลย คุณจะไม่ได้เรียนรู้ หรือค้นพบสิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้เลย)
5) Your Next Small Step (ก้าวเล็กๆก้าวต่อไปของคุณ)
ต่อไปคุณควรถามตัวเองว่า
What would be the next smallest step I can take today? (อะไรคือก้าวเล็กๆที่เราสามารถเริ่มทำได้ในวันนี้)
คุณควรต้องเริ่มทำ ต้องโฟกัสในเป้าหมายคุณ ค่อยๆทำวันละนิด สักวันนึงมันจะสำเร็จ
6) Your Fears (ความกลัวของคุณ)
แน่นอนว่าทุกคนมี comfort zones ของตัวเอง แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ บางทีคุณต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่แน่นอน
ความกลัวเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเผชิญและเอาชนะมัน
7) Your Determination (ความมุ่งมั่นของคุณ)
When you’re determined to succeed or create the life of your dreams, nothing can stand in your way.ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ สร้างชีวิตในความฝัน ไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดคุณได้
แต่คุณก็ต้องยอมรับว่า ระหว่างทางที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเจออุปสรรคมากมายที่ทำให้คุณสับสนหรือเสียใจได้ แต่คุณต้องกล้าเผชิญมันและอย่ากลัวความล้มเหลว ค่อยๆก้าวทีละเล็ก แต่ก้าวอย่างมั่นใจ
หวังว่าทุกคนจะได้ข้อความและความรู้ภาษาอังกฤษจากบทความนี้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ บทความนี้เป็นบทความที่อ่านและแปลเป็นภาษาของผมเอง ถ้าสนใจอ่านเต็มๆก็เข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
https://www.dumblittleman.com/7-effective-steps-to-taking-action-when/
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องไปกับ 7 สิ่งที่คุณควรทำเวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร (7 Effective Steps to Taking Action When You Don’t Know What to Do)
ไปเริ่มข้อแรกกันเลย
1) Your Destination (เป้าหมายของคุณ)
สิ่งแรกที่คุณควรทำคือถามตัวเองก่อนว่าคุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายสูงสุดคืออะไร
What do you want to accomplish? (คุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ)
What is your ultimate goal? (จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคุณคืออะไร)
2) Your Knowledge (ความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองต่อคือ What dou you know? (คุณรู้อะไรบ้าง)
ในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ แล้วตอนนี้คุณมีพอที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จไหม
ถ้าคุณมีพอแล้ว คุณควรเริ่มลงมือทำ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวคุณเอง คุณกลัวการที่จะลงมือทำ
Most people are their own worst enemies. คนส่วนใหญ่มักจะแพ้ภัยตัวเอง
3) Your Gabs (ช่องว่าง ในที่นี้คือช่องว่างของความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองในข้อนี้คือ
What do you need to learn in order to take action? (อะไรที่คุณต้องรู้ ต้องเติม เพื่อที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง)
ถ้าคุณรู้เพียงพอคุณควรเริ่ม แต่ถ้าคุณยังขาดความรู้ในเรื่องไหน คุณควรต้องรู้ก่อนว่าคุณขาดอะไร ทำไมเรื่องนี้จำเป็นต้องรู้ และคุณควรไปหาความรู้เรื่องนั้น เพื่อที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งที่คุณจะประสบความสำเร็จ
4) Your Obstacles (อุปสรรคของคุณ)
หลังจากความรู้คุณเพียงพอแล้ว คุณควรถามตัวเองว่า
What would be my obstacles? (อุปสรรคของฉันคืออะไรบ้าง)
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นเคยเจออุปสรรคมากมาย และล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ
ปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่ความล้มเหลว หลายๆคนจะคิดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วมันตรงข้ามเลย
Mistakes are stepping stones to success. (ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ)
If you never made mistakes, and if you never failed, you would never learn and discover what truly works. (ถ้าคุณไม่เคยผิดพลาด หรือล้มเหลวเลย คุณจะไม่ได้เรียนรู้ หรือค้นพบสิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้เลย)
5) Your Next Small Step (ก้าวเล็กๆก้าวต่อไปของคุณ)
ต่อไปคุณควรถามตัวเองว่า
What would be the next smallest step I can take today? (อะไรคือก้าวเล็กๆที่เราสามารถเริ่มทำได้ในวันนี้)
คุณควรต้องเริ่มทำ ต้องโฟกัสในเป้าหมายคุณ ค่อยๆทำวันละนิด สักวันนึงมันจะสำเร็จ
6) Your Fears (ความกลัวของคุณ)
แน่นอนว่าทุกคนมี comfort zones ของตัวเอง แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ บางทีคุณต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่แน่นอน
ความกลัวเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเผชิญและเอาชนะมัน
7) Your Determination (ความมุ่งมั่นของคุณ)
When you’re determined to succeed or create the life of your dreams, nothing can stand in your way.ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ สร้างชีวิตในความฝัน ไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดคุณได้
แต่คุณก็ต้องยอมรับว่า ระหว่างทางที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเจออุปสรรคมากมายที่ทำให้คุณสับสนหรือเสียใจได้ แต่คุณต้องกล้าเผชิญมันและอย่ากลัวความล้มเหลว ค่อยๆก้าวทีละเล็ก แต่ก้าวอย่างมั่นใจ
หวังว่าทุกคนจะได้ข้อความและความรู้ภาษาอังกฤษจากบทความนี้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ บทความนี้เป็นบทความที่อ่านและแปลเป็นภาษาของผมเอง ถ้าสนใจอ่านเต็มๆก็เข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
https://www.dumblittleman.com/7-effective-steps-to-taking-action-when/
Sunday, June 9, 2019
การถามและบอกวันเกิด ในภาษาอังกฤษ
มาดูการถามวันเกิดและการตอบวันเกิด ในภาษาอังกฤษกันเถอะ ง่ายมากๆเลยไปดูกัน
มาเริ่มที่การถามวันเกิดแบบเป็นทางการ (Formal) กันก่อนดีกว่า
What's your date of birth?Can I have your date of birth, please?
ต่อกันที่การถามวันเกิดแบบไม่เป็นทางการ (Informal) ก็สามารถถามง่ายๆแบบนี้ได้เลย
When's your birthday?When were you born?
มาดูการตอบหรือบอกวันเกิดกันบ้าง
คุณสามารถตอบวันที่ตรงๆไปเลยได้ เช่น 15 February 1995หรือตอบเต็มๆก็ My birthday is on July 20, 1995 หรือ I was born on July 20, 1995 ก็ได้
ถ้าวันเกิดคุณตรงกับวันสำคัญเช่นวันคริสต์มาส คุณสามารถบอกได้ว่า I was born on Christmas Day.
Sunday, February 24, 2019
แนะนำ Podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษที่ผมชอบ ทั้งไทยและต่างประเทศ
Podcast คือคลิปเสียง หรืออารมณ์รายการวิทยุที่ถูกจัดขึ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราสามารถหาฟังได้จาก Youtube และแอปพลิเคชันสำหรับฟังโดยเฉพาะ โดยส่วนตัวผมใช้แอปนี้ CastBox
ซึ่งเราสามารถฟังขณะเดินทางไปเรียน ไปทำงาน เพื่อเพิ่มความรู้ภาษาอังกฤษของเราได้นั้นเอง
เอาละ ไปเริ่มจาก Podcast ของคนไทยที่ผมชอบกันเลย
- คำนี้ดี
เป็นรายการที่นำเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์มาเล่าให้ฟัง และจะแฝงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ประโยคภาษาอังกฤษให้เราด้วยในนั้น ตอนนี้มีเป็นร้อย episode แล้วครับ
ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย คำนี้ดี Playlist หรือ EP:0 แนะนำคำนี้ดี
- We need to talk
รายการนี้จะเชิญดาราไทย ที่เป็นนักเรียนนอก หรือมีโอกาศได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พูดคุยถึงชีวิตแขกรับเชิญคนนั้น หรือการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศครับ จะเป็นอังกฤษล้วน เหมาะแก่การฝึกฟังมากๆ โดยเฉพาะถ้าเราชอบแขกรับเชิญในรอบนั้น เราจะอยากฟังมากขึ้นนั่นเอง
ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย We need to talk - Playlist
เรามาดูของต่างประเทศกันบ้างดีกว่าครับ
- All Ears English
รายการนี้จะเป็นการพูดคุยกันระหว่างสองพิธีกร Lindsay กับ Michael จะเป็นการแนะนำประโยค เล่าว่าจะพูดแบบนี้ต้องใช้คำว่าอะไร หรือตอบคำถามที่มีคนถามคำไปนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการพูดคุยแบบเป็นกันเอง สนุกๆครับ Concept ของช่องนี้คือ We believe in Connection NOT Perfection! หรือก็คือเราเชื่อว่าการฝึกภาษา เราใช้ในการสานสัมพันธ์ ไม่ใช่ต้องพูดเป๊ะ เพอร์เฟคอะไรขนาดนั้น
ใครอยากฟังต้องโหลดแอปแล้วแหละครับ แล้วลองค้น All Ears English ดูครับ อันนี้แอปที่ผมใช้ฟัง - แอป CastBox
ซึ่งเราสามารถฟังขณะเดินทางไปเรียน ไปทำงาน เพื่อเพิ่มความรู้ภาษาอังกฤษของเราได้นั้นเอง
เอาละ ไปเริ่มจาก Podcast ของคนไทยที่ผมชอบกันเลย
- คำนี้ดี
เป็นรายการที่นำเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์มาเล่าให้ฟัง และจะแฝงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ประโยคภาษาอังกฤษให้เราด้วยในนั้น ตอนนี้มีเป็นร้อย episode แล้วครับ
ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย คำนี้ดี Playlist หรือ EP:0 แนะนำคำนี้ดี
- We need to talk
รายการนี้จะเชิญดาราไทย ที่เป็นนักเรียนนอก หรือมีโอกาศได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พูดคุยถึงชีวิตแขกรับเชิญคนนั้น หรือการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศครับ จะเป็นอังกฤษล้วน เหมาะแก่การฝึกฟังมากๆ โดยเฉพาะถ้าเราชอบแขกรับเชิญในรอบนั้น เราจะอยากฟังมากขึ้นนั่นเอง
ใครอยากลองฟังก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย We need to talk - Playlist
เรามาดูของต่างประเทศกันบ้างดีกว่าครับ
- All Ears English
รายการนี้จะเป็นการพูดคุยกันระหว่างสองพิธีกร Lindsay กับ Michael จะเป็นการแนะนำประโยค เล่าว่าจะพูดแบบนี้ต้องใช้คำว่าอะไร หรือตอบคำถามที่มีคนถามคำไปนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการพูดคุยแบบเป็นกันเอง สนุกๆครับ Concept ของช่องนี้คือ We believe in Connection NOT Perfection! หรือก็คือเราเชื่อว่าการฝึกภาษา เราใช้ในการสานสัมพันธ์ ไม่ใช่ต้องพูดเป๊ะ เพอร์เฟคอะไรขนาดนั้น
ใครอยากฟังต้องโหลดแอปแล้วแหละครับ แล้วลองค้น All Ears English ดูครับ อันนี้แอปที่ผมใช้ฟัง - แอป CastBox
- 6 Minute English
รายการนี้จะเป็นพิธีกรสองคนที่จะหยิบยกเรื่องทั่วไปต่างๆที่มีประโยชน์ มาเล่าให้เราฟังใน 6 นาที จะมีการแนะนำและเน้นคำศัพท์ให้เราด้วยในทุกคลิป อาจจะฟังยากกว่า All Ears English ถ้าฟังละไม่เข้าใจ รอบสองก็ฟังแบบอ่าน Transcript ดูก็ได้ครับ ในเว็บจะมีให้อ่าน อันนี้ฟังจากในเว็บได้
ลองเข้าไปดูได้ที่ BBC 6 Minute English
Friday, July 31, 2015
4 วิธีฝึกภาษาอังกฤษง่ายๆ จากที่บ้าน
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการฝึกภาษาอังกฤษ จากที่บ้านได้ง่ายๆ 4 วิธี ที่ได้ทั้งการพูดการฟัง รวมถึงการอ่าน ในการเรียนภาษานั้น สิ่งที่เราควรจะเริ่มเรียนอันดับแรกคือการฟังครับ เหมือนตอนเราเกิด ก่อนจะเริ่มพูดภาษาไทย เราเริ่มที่การฟังก่อน แต่ในประเทศเรานั้นการเรียนภาษาอังกฤษกลับเริ่มที่การเขียน หรือถึงแกรมม่าต่างๆครับ
มาดู 4 วิธีกันเลย
1.) ดูหนังภาษาอังกฤษ หรือซีรี่ภาษาอังกฤษ เรื่องที่คุณชอบ แน่นอนว่าต้องฟังเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แนะนำให้ดูเรื่องละ 2 รอบครับ รอบแรกให้ดูเป็น Sound Track และเปิดซับภาษาอังกฤษ จากนั้นดูรอบสอง เป็น ซับภาษาไทยครับ เวลาดูก็ให้เราพยายามพูดตามไปด้วยครับ หลังจากทำไปบ่อยๆ ประโยคพูดมันจะติดปากเรามาเองเลย และเป็นการฝึกการฟังที่ดีมากๆ
2.) ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ครับ ฟังเพลงที่เราชอบได้เลย แต่ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว เราต้องแปลความหมายในเพลงด้วย เดี๋ยวนี้มีหลายเว็บไซต์ครับที่แปลเนื้อเพลงภาษาอักกฤษเป็นภาษาไทยให้ เราก็ฟัง พยายามร้องเนื้อเพลงตาม เป็นการฝึกฟังและพูดที่ดีมากเลยครับ รวมถึงสามารถฝึกได้สบายๆด้วยการฟังเพลง
3.) ดูการ์ตูนเด็ก ถ้าหนังเป็นคำศัพท์ที่ยากเกิน ผมแนะนำการ์ตูนเด็กครับ เปิดซับภาษาอังกฤษ พยายามฟัง พยายามแปลครับ แน่นอนว่าคำศัพท์ไม่ยากเลยในการ์ตูนสำหรับเด็ก
ผมแนะนำเรื่องนี้ครับ Peppa Pig สามารถดูได้ที่ Youtube เลยครับ เรื่องนี้จะไม่เด็กเกินไปครับ ดูสนุกๆ
4.) หาเพื่อนต่างชาติคุยครับ ซึ่งจะทำให้เราได้ฝึกในทุกๆวัน ถ้าใครต้องการจะหาเพื่อนคุย ก็สามารถหาได้ที่เว็ปไซต์ http://www.englishbaby.com/ ครับ จะมีชาวต่างชาติประเทศต่างๆมากมาย ที่ต้องการจะฝึกภาษาอังกฤษครับ หรือบางคนก็ต้องการหาเพื่อนต่างชาติ โพสต์รูปโพสต์ประวัติย่อๆไว้ให้เราติดต่อครับ รวมถึงเราสามารถแนะนำตัวเองให้คนติดต่อมาได้เช่นกัน ถ้าใครมีเป้าหมายจะหาแฟนต่างชาตินี่ อาจจะยิ่งเพิ่มความขยันในการฝึกได้อีกด้วยนะครับ ฮ่าๆ
ภายในเว็บไซต์ยังมีบทเรียนภาษาอังกฤษด้วยนะครับ
มาดู 4 วิธีกันเลย
1.) ดูหนังภาษาอังกฤษ หรือซีรี่ภาษาอังกฤษ เรื่องที่คุณชอบ แน่นอนว่าต้องฟังเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แนะนำให้ดูเรื่องละ 2 รอบครับ รอบแรกให้ดูเป็น Sound Track และเปิดซับภาษาอังกฤษ จากนั้นดูรอบสอง เป็น ซับภาษาไทยครับ เวลาดูก็ให้เราพยายามพูดตามไปด้วยครับ หลังจากทำไปบ่อยๆ ประโยคพูดมันจะติดปากเรามาเองเลย และเป็นการฝึกการฟังที่ดีมากๆ
2.) ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ครับ ฟังเพลงที่เราชอบได้เลย แต่ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว เราต้องแปลความหมายในเพลงด้วย เดี๋ยวนี้มีหลายเว็บไซต์ครับที่แปลเนื้อเพลงภาษาอักกฤษเป็นภาษาไทยให้ เราก็ฟัง พยายามร้องเนื้อเพลงตาม เป็นการฝึกฟังและพูดที่ดีมากเลยครับ รวมถึงสามารถฝึกได้สบายๆด้วยการฟังเพลง
3.) ดูการ์ตูนเด็ก ถ้าหนังเป็นคำศัพท์ที่ยากเกิน ผมแนะนำการ์ตูนเด็กครับ เปิดซับภาษาอังกฤษ พยายามฟัง พยายามแปลครับ แน่นอนว่าคำศัพท์ไม่ยากเลยในการ์ตูนสำหรับเด็ก
ผมแนะนำเรื่องนี้ครับ Peppa Pig สามารถดูได้ที่ Youtube เลยครับ เรื่องนี้จะไม่เด็กเกินไปครับ ดูสนุกๆ
4.) หาเพื่อนต่างชาติคุยครับ ซึ่งจะทำให้เราได้ฝึกในทุกๆวัน ถ้าใครต้องการจะหาเพื่อนคุย ก็สามารถหาได้ที่เว็ปไซต์ http://www.englishbaby.com/ ครับ จะมีชาวต่างชาติประเทศต่างๆมากมาย ที่ต้องการจะฝึกภาษาอังกฤษครับ หรือบางคนก็ต้องการหาเพื่อนต่างชาติ โพสต์รูปโพสต์ประวัติย่อๆไว้ให้เราติดต่อครับ รวมถึงเราสามารถแนะนำตัวเองให้คนติดต่อมาได้เช่นกัน ถ้าใครมีเป้าหมายจะหาแฟนต่างชาตินี่ อาจจะยิ่งเพิ่มความขยันในการฝึกได้อีกด้วยนะครับ ฮ่าๆ
ภายในเว็บไซต์ยังมีบทเรียนภาษาอังกฤษด้วยนะครับ
Subscribe to:
Posts
(
Atom
)




