Showing posts with label ภาษาอังกฤษ. Show all posts
Monday, April 6, 2020
7 สิ่งที่คุณควรทำ เวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร
คุณเคยรู้อยากลงมือทำอะไร ให้ประสบความสำเร็จแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเลยไหม
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องไปกับ 7 สิ่งที่คุณควรทำเวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร (7 Effective Steps to Taking Action When You Don’t Know What to Do)
ไปเริ่มข้อแรกกันเลย
1) Your Destination (เป้าหมายของคุณ)
สิ่งแรกที่คุณควรทำคือถามตัวเองก่อนว่าคุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายสูงสุดคืออะไร
What do you want to accomplish? (คุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ)
What is your ultimate goal? (จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคุณคืออะไร)
2) Your Knowledge (ความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองต่อคือ What dou you know? (คุณรู้อะไรบ้าง)
ในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ แล้วตอนนี้คุณมีพอที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จไหม
ถ้าคุณมีพอแล้ว คุณควรเริ่มลงมือทำ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวคุณเอง คุณกลัวการที่จะลงมือทำ
Most people are their own worst enemies. คนส่วนใหญ่มักจะแพ้ภัยตัวเอง
3) Your Gabs (ช่องว่าง ในที่นี้คือช่องว่างของความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองในข้อนี้คือ
What do you need to learn in order to take action? (อะไรที่คุณต้องรู้ ต้องเติม เพื่อที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง)
ถ้าคุณรู้เพียงพอคุณควรเริ่ม แต่ถ้าคุณยังขาดความรู้ในเรื่องไหน คุณควรต้องรู้ก่อนว่าคุณขาดอะไร ทำไมเรื่องนี้จำเป็นต้องรู้ และคุณควรไปหาความรู้เรื่องนั้น เพื่อที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งที่คุณจะประสบความสำเร็จ
4) Your Obstacles (อุปสรรคของคุณ)
หลังจากความรู้คุณเพียงพอแล้ว คุณควรถามตัวเองว่า
What would be my obstacles? (อุปสรรคของฉันคืออะไรบ้าง)
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นเคยเจออุปสรรคมากมาย และล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ
ปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่ความล้มเหลว หลายๆคนจะคิดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วมันตรงข้ามเลย
Mistakes are stepping stones to success. (ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ)
If you never made mistakes, and if you never failed, you would never learn and discover what truly works. (ถ้าคุณไม่เคยผิดพลาด หรือล้มเหลวเลย คุณจะไม่ได้เรียนรู้ หรือค้นพบสิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้เลย)
5) Your Next Small Step (ก้าวเล็กๆก้าวต่อไปของคุณ)
ต่อไปคุณควรถามตัวเองว่า
What would be the next smallest step I can take today? (อะไรคือก้าวเล็กๆที่เราสามารถเริ่มทำได้ในวันนี้)
คุณควรต้องเริ่มทำ ต้องโฟกัสในเป้าหมายคุณ ค่อยๆทำวันละนิด สักวันนึงมันจะสำเร็จ
6) Your Fears (ความกลัวของคุณ)
แน่นอนว่าทุกคนมี comfort zones ของตัวเอง แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ บางทีคุณต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่แน่นอน
ความกลัวเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเผชิญและเอาชนะมัน
7) Your Determination (ความมุ่งมั่นของคุณ)
When you’re determined to succeed or create the life of your dreams, nothing can stand in your way.ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ สร้างชีวิตในความฝัน ไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดคุณได้
แต่คุณก็ต้องยอมรับว่า ระหว่างทางที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเจออุปสรรคมากมายที่ทำให้คุณสับสนหรือเสียใจได้ แต่คุณต้องกล้าเผชิญมันและอย่ากลัวความล้มเหลว ค่อยๆก้าวทีละเล็ก แต่ก้าวอย่างมั่นใจ
หวังว่าทุกคนจะได้ข้อความและความรู้ภาษาอังกฤษจากบทความนี้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ บทความนี้เป็นบทความที่อ่านและแปลเป็นภาษาของผมเอง ถ้าสนใจอ่านเต็มๆก็เข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
https://www.dumblittleman.com/7-effective-steps-to-taking-action-when/
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องไปกับ 7 สิ่งที่คุณควรทำเวลาคุณไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร (7 Effective Steps to Taking Action When You Don’t Know What to Do)
ไปเริ่มข้อแรกกันเลย
1) Your Destination (เป้าหมายของคุณ)
สิ่งแรกที่คุณควรทำคือถามตัวเองก่อนว่าคุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายสูงสุดคืออะไร
What do you want to accomplish? (คุณอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ)
What is your ultimate goal? (จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคุณคืออะไร)
2) Your Knowledge (ความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองต่อคือ What dou you know? (คุณรู้อะไรบ้าง)
ในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ แล้วตอนนี้คุณมีพอที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จไหม
ถ้าคุณมีพอแล้ว คุณควรเริ่มลงมือทำ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวคุณเอง คุณกลัวการที่จะลงมือทำ
Most people are their own worst enemies. คนส่วนใหญ่มักจะแพ้ภัยตัวเอง
3) Your Gabs (ช่องว่าง ในที่นี้คือช่องว่างของความรู้ของคุณ)
สิ่งที่ควรถามตัวเองในข้อนี้คือ
What do you need to learn in order to take action? (อะไรที่คุณต้องรู้ ต้องเติม เพื่อที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง)
ถ้าคุณรู้เพียงพอคุณควรเริ่ม แต่ถ้าคุณยังขาดความรู้ในเรื่องไหน คุณควรต้องรู้ก่อนว่าคุณขาดอะไร ทำไมเรื่องนี้จำเป็นต้องรู้ และคุณควรไปหาความรู้เรื่องนั้น เพื่อที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งที่คุณจะประสบความสำเร็จ
4) Your Obstacles (อุปสรรคของคุณ)
หลังจากความรู้คุณเพียงพอแล้ว คุณควรถามตัวเองว่า
What would be my obstacles? (อุปสรรคของฉันคืออะไรบ้าง)
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นเคยเจออุปสรรคมากมาย และล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ
ปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่ความล้มเหลว หลายๆคนจะคิดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วมันตรงข้ามเลย
Mistakes are stepping stones to success. (ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ)
If you never made mistakes, and if you never failed, you would never learn and discover what truly works. (ถ้าคุณไม่เคยผิดพลาด หรือล้มเหลวเลย คุณจะไม่ได้เรียนรู้ หรือค้นพบสิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้เลย)
5) Your Next Small Step (ก้าวเล็กๆก้าวต่อไปของคุณ)
ต่อไปคุณควรถามตัวเองว่า
What would be the next smallest step I can take today? (อะไรคือก้าวเล็กๆที่เราสามารถเริ่มทำได้ในวันนี้)
คุณควรต้องเริ่มทำ ต้องโฟกัสในเป้าหมายคุณ ค่อยๆทำวันละนิด สักวันนึงมันจะสำเร็จ
6) Your Fears (ความกลัวของคุณ)
แน่นอนว่าทุกคนมี comfort zones ของตัวเอง แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ บางทีคุณต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่แน่นอน
ความกลัวเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเผชิญและเอาชนะมัน
7) Your Determination (ความมุ่งมั่นของคุณ)
When you’re determined to succeed or create the life of your dreams, nothing can stand in your way.ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ สร้างชีวิตในความฝัน ไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดคุณได้
แต่คุณก็ต้องยอมรับว่า ระหว่างทางที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเจออุปสรรคมากมายที่ทำให้คุณสับสนหรือเสียใจได้ แต่คุณต้องกล้าเผชิญมันและอย่ากลัวความล้มเหลว ค่อยๆก้าวทีละเล็ก แต่ก้าวอย่างมั่นใจ
หวังว่าทุกคนจะได้ข้อความและความรู้ภาษาอังกฤษจากบทความนี้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ บทความนี้เป็นบทความที่อ่านและแปลเป็นภาษาของผมเอง ถ้าสนใจอ่านเต็มๆก็เข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
https://www.dumblittleman.com/7-effective-steps-to-taking-action-when/
Tuesday, May 26, 2015
การแบ่งระดับความชอบและไม่ชอบ ในภาษาอังกฤษ
มาพูดในด้านบวก กันก่อนนะครับ
ไล่จากมากไปน้อยได้ดังนี้
I adore Tom Cruise
ฉันรัก ทอม ครูซ มาก
I really love pizza.
ฉันชอบพิซซ่ามาก
I love Britney Spears.
ฉันชอบบริตนีย์ สเปียร์
ส่วนในด้านลบหรือไม่ชอบ
ไล่จากมากไปน้อยเหมือนเดิมนะครับ
I don't care for sushi
ฉันไม่ชอบซูชิ (ไม่ชอบแบบสุดๆ ไม่กินแน่ๆ)
I really don't like beer.
ฉันไม่ชอบเบียร์เอาเสียเลย
I don't like to clean my room.
ฉันไม่ชอบทำความสะอาดห้อง (ไม่ชอบ ไม่อยากทำ แต่ก็ยังทำบ้างแหละ ไม่งั้นสกปรกแย่)
ไล่จากมากไปน้อยได้ดังนี้
I adore Tom Cruise
ฉันรัก ทอม ครูซ มาก
I really love pizza.
ฉันชอบพิซซ่ามาก
I love Britney Spears.
ฉันชอบบริตนีย์ สเปียร์
ส่วนในด้านลบหรือไม่ชอบ
ไล่จากมากไปน้อยเหมือนเดิมนะครับ
I don't care for sushi
ฉันไม่ชอบซูชิ (ไม่ชอบแบบสุดๆ ไม่กินแน่ๆ)
I really don't like beer.
ฉันไม่ชอบเบียร์เอาเสียเลย
I don't like to clean my room.
ฉันไม่ชอบทำความสะอาดห้อง (ไม่ชอบ ไม่อยากทำ แต่ก็ยังทำบ้างแหละ ไม่งั้นสกปรกแย่)
Saturday, August 2, 2014
มารู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ สี ในภาษาอังกฤษ กัน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสีในภาษาอังกฤษ
Color/ Colour สี
Bright สีฉูดฉาด
Plain สีเรียบๆ
Yellow สีเหลือง
Blond สีเหลืองอ่อนๆ
Red สีแดง
Crimson สีแดงเข้ม
Pink สีชมพู
Black สีดำ
White สีขาว
Green สีเขียว
Dark blue สีน้ำเงินเข้ม
Blue สีน้ำเงิน
Light blue สีฟ้า
Turquoise สีฟ้าคราม
Purple สีม่วง
Orange สีส้ม
Gray สีเทา
Brown สีน้ำตาล
Beige สีเบจ(น้ำตาลอ่อน)
*Color กับ Colour ในภาษาอังกฤษนั้น แปลว่า สี เหมือนกัน ที่ต่างกันก็คือ
Colour เป็นของ British แต่ Color เป็นของ American
การออกเสียงนั้นเหมือนกันครับ แต่สำเนียงแตกต่างกัน
Color/ Colour สี
Bright สีฉูดฉาด
Plain สีเรียบๆ
Yellow สีเหลือง
Blond สีเหลืองอ่อนๆ
Red สีแดง
Crimson สีแดงเข้ม
Pink สีชมพู
Black สีดำ
White สีขาว
Green สีเขียว
Dark blue สีน้ำเงินเข้ม
Blue สีน้ำเงิน
Light blue สีฟ้า
Turquoise สีฟ้าคราม
Purple สีม่วง
Orange สีส้ม
Gray สีเทา
Brown สีน้ำตาล
Beige สีเบจ(น้ำตาลอ่อน)
*Color กับ Colour ในภาษาอังกฤษนั้น แปลว่า สี เหมือนกัน ที่ต่างกันก็คือ
Colour เป็นของ British แต่ Color เป็นของ American
การออกเสียงนั้นเหมือนกันครับ แต่สำเนียงแตกต่างกัน
มารู้จัก คำศัพท์ของเดือนภาษาอังกฤษ กันเถอะ
เดือน ในภาษาอังกฤษ คือ Month
ในแต่ละเดือนเรียกว่ายังไงบ้าง
January มกราคม
February กุมภาพันธ์
March มีนาคม
April เมษายน
May พฤษภาคม
June มิถุนายน
July กรกฎาคม
August สิงหาคม
September กันยายน
October ตุลาคม
November พฤศจิกายน
December ธันวาคม
คำศัพท์สำหรับเดือนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม
next month เดือนหน้า
last month เดือนที่แล้ว
previous month เดือนก่อน
next two months สองเดือนข้างหน้า
this month เดือนนี้
some months ago เดือนก่อนๆ
monthly รายเดือน
per month รายเดือน
bimonthly รายสองเดือน
ในแต่ละเดือนเรียกว่ายังไงบ้าง
January มกราคม
February กุมภาพันธ์
March มีนาคม
April เมษายน
May พฤษภาคม
June มิถุนายน
July กรกฎาคม
August สิงหาคม
September กันยายน
October ตุลาคม
November พฤศจิกายน
December ธันวาคม
คำศัพท์สำหรับเดือนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม
next month เดือนหน้า
last month เดือนที่แล้ว
previous month เดือนก่อน
next two months สองเดือนข้างหน้า
this month เดือนนี้
some months ago เดือนก่อนๆ
monthly รายเดือน
per month รายเดือน
bimonthly รายสองเดือน
Monday, July 28, 2014
Tools ที่ช่วยในการ แปลไทยเป็นอังกฤษ หรืออังกฤษเป็นไทย
เราจะมาแนะนำ Tools ที่ช่วยได้การแปลภาษา ไม่ว่าจะแปลจากอังกฤษเป็นไทย หรือไทยเป็นอังกฤษ Tools ตัวนั้นคือ Google Translate นั่นเอง สามารถเข้าใช้ได้ง่ายๆที่ >>> Google แปลภาษา
จะมีปุ่มให้เลือกว่าแปลจาก ภาษาไทย เป็นอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ หรือจะอังกฤษ เป็นไทยก็ได้ แน่นอนว่าเจ้า Google Translate ช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลได้แน่นอน แต่การแปลก็ไม่ได้แปลถูก 100% นะ !
เพราะคำศัพท์ภาษาอังกฤษคำนึงนั้น มีได้หลายความหมาย ใช้ในแต่ละเหตุการณ์คนละเหตุการณ์ ความหมายก็ต่างกันแล้ว Tools มีข้อดีแต่ก็มีข้อเสีย ซึ่งถ้าแปลประโยคแล้วไม่แน่ใจว่าถูกไหม ควรแปลทีละคำ แปลเฉพาะคำที่เราไม่รู้ แล้วมาเลือกความหมายของมัน
ซึ่งเมื่อเราแปลคำคำนึง จะมีคำแปลเพิ่มเติมทางด้านล่าง ดังรูป ให้เราลองพิจารณาว่าในประโยคนั้นๆ คำนี้ควรแปลว่าอย่างไร ซึ่งง่ายและรวดเร็วกว่าการเปิด Dictionary และใช้ได้ทั้งแปลไทยเป็นอังกฤษ หรือแปลอังกฤษเป็นไทยอีกด้วย ซึ่งถ้าใช้เป็น มันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการฝึกภาษาอังกฤษ ของผู้ใช้เป็นอย่างดีเลย
จะมีปุ่มให้เลือกว่าแปลจาก ภาษาไทย เป็นอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ หรือจะอังกฤษ เป็นไทยก็ได้ แน่นอนว่าเจ้า Google Translate ช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลได้แน่นอน แต่การแปลก็ไม่ได้แปลถูก 100% นะ !
เพราะคำศัพท์ภาษาอังกฤษคำนึงนั้น มีได้หลายความหมาย ใช้ในแต่ละเหตุการณ์คนละเหตุการณ์ ความหมายก็ต่างกันแล้ว Tools มีข้อดีแต่ก็มีข้อเสีย ซึ่งถ้าแปลประโยคแล้วไม่แน่ใจว่าถูกไหม ควรแปลทีละคำ แปลเฉพาะคำที่เราไม่รู้ แล้วมาเลือกความหมายของมัน
ซึ่งเมื่อเราแปลคำคำนึง จะมีคำแปลเพิ่มเติมทางด้านล่าง ดังรูป ให้เราลองพิจารณาว่าในประโยคนั้นๆ คำนี้ควรแปลว่าอย่างไร ซึ่งง่ายและรวดเร็วกว่าการเปิด Dictionary และใช้ได้ทั้งแปลไทยเป็นอังกฤษ หรือแปลอังกฤษเป็นไทยอีกด้วย ซึ่งถ้าใช้เป็น มันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการฝึกภาษาอังกฤษ ของผู้ใช้เป็นอย่างดีเลย
น่ารัก ภาษาอังกฤษ Cute, Pretty หรือ Lovely ดี
น่ารัก ภาษาอังกฤษ สามารถใช้ได้หลายคำด้วยกัน เช่น
Cute คือน่ารัก โดย ความหมายของคำจะสามารถรวมจากรูปร่างหน้าตาภายนอกจนไปถึงบุคลิกของคนที่เราจะพูดถึงด้วย สามารถใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
Pretty คือน่ารัก หรือสวย โดยดูแค่หน้าตา ไม่ได้ดูถึงบุคลิก นิสัย และใช้ได้แค่ผู้หญิงเท่านั้น
Lovely ก็แปลว่าน่ารัก โดยจะดูกับนิสัย น่ารัก, อัธยาศัยดี มีมารยาท ประมาณนี้ ดูที่นิสัย ไม่ได้เจาะจงที่หน้าตา หรืออาจจะใช้กับสิ่งของก็ได้ ในลักษณะที่พึงพอใจกับสิ่งรอบตัว
Adorable เป็นอีกคำที่ความหมายเหมือน Cute
Beautiful แปลว่าสวย คล้ายคลึงกับ Pretty แต่จะดูสง่างามมากกว่า หรือสวยกว่านั่นแหละ
Charming สวยแบบมีเสน่ห์ดึงดูด สาวมีเสน่ห์ น่าประทับใจ ประมาณว่า ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอเลย
Cute คือน่ารัก โดย ความหมายของคำจะสามารถรวมจากรูปร่างหน้าตาภายนอกจนไปถึงบุคลิกของคนที่เราจะพูดถึงด้วย สามารถใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
Pretty คือน่ารัก หรือสวย โดยดูแค่หน้าตา ไม่ได้ดูถึงบุคลิก นิสัย และใช้ได้แค่ผู้หญิงเท่านั้น
Lovely ก็แปลว่าน่ารัก โดยจะดูกับนิสัย น่ารัก, อัธยาศัยดี มีมารยาท ประมาณนี้ ดูที่นิสัย ไม่ได้เจาะจงที่หน้าตา หรืออาจจะใช้กับสิ่งของก็ได้ ในลักษณะที่พึงพอใจกับสิ่งรอบตัว
Adorable เป็นอีกคำที่ความหมายเหมือน Cute
Beautiful แปลว่าสวย คล้ายคลึงกับ Pretty แต่จะดูสง่างามมากกว่า หรือสวยกว่านั่นแหละ
Charming สวยแบบมีเสน่ห์ดึงดูด สาวมีเสน่ห์ น่าประทับใจ ประมาณว่า ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอเลย
Thursday, July 17, 2014
ประโยคคำถามที่ควรเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าตอนสมัครงาน
How do you know about our organization ?
= คุณรู้จักองบริษัท (องค์การ) ของเราได้อย่างไร
Have you participated in any volunteer or community work ?
= คุณเคยร่วมงานอาสาสมัครหรืองานชุมชนบ้างไหม
How did previous employers treat you ?
= นายจ้างคนเก่าปฎิบัติต่อคุณอย่างไร
Do you like routine work?
= คุณชอบงานประจำไหม
What are your future vocational plans ?
= คุณวางแผนอาชีพในอนาคตที่ไหน อย่างไร
What was your overall grade-point average ?
= คุณได้เกรดเฉลี่ยทั้งหมดเท่าไร
What was your grade-point average in your major field ?
= ในวิชาเอกคุณได้เกรดเฉลี่ย เท่าไร
What courses did you enjoy while in university?
= ในมหาวิทยาลัยคุณชอบวิชาไหน
What courses did you enjoy least ?
= วิชาไหนที่คุณชอบน้อย
What position are you most interested?
= คุณสนใจตำแหน่งไหนมากที่สุด
= คุณรู้จักองบริษัท (องค์การ) ของเราได้อย่างไร
Have you participated in any volunteer or community work ?
= คุณเคยร่วมงานอาสาสมัครหรืองานชุมชนบ้างไหม
How did previous employers treat you ?
= นายจ้างคนเก่าปฎิบัติต่อคุณอย่างไร
Do you like routine work?
= คุณชอบงานประจำไหม
What are your future vocational plans ?
= คุณวางแผนอาชีพในอนาคตที่ไหน อย่างไร
What was your overall grade-point average ?
= คุณได้เกรดเฉลี่ยทั้งหมดเท่าไร
What was your grade-point average in your major field ?
= ในวิชาเอกคุณได้เกรดเฉลี่ย เท่าไร
What courses did you enjoy while in university?
= ในมหาวิทยาลัยคุณชอบวิชาไหน
What courses did you enjoy least ?
= วิชาไหนที่คุณชอบน้อย
What position are you most interested?
= คุณสนใจตำแหน่งไหนมากที่สุด
การอ่านเบอร์โทรศัพท์ และบ้านเลขที่ ที่อยู่ภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างการอ่านเบอร์โทรศัพท์
Tel : 2140478 = two one five , oh five , seven eight
Tel : 02-745-5874 = oh two , seven four five , five eight seven four
การอ่านตัวเลขซ้ำกันสองตัวสามารถใช้ใช้ double มาแทนได้ เช่น
Tel : 02-374-5509 = oh two , three seven four , double five oh nine
การอ่านบ้านเลขที่และการเขียน ที่อยู่ภาษาอังกฤษ
เลขที่บ้าน 42/15 หมู่บ้านกรีนการ์เดน ถนน เพชรเกษม
= fourty-two stroke fifteen , Green Garden Village , Petchkasem Road
ห้อง 602 ชั้น 4 ตึก P.A.
= Room six hundred two , the fourth floor , P.A. Building
Tel : 2140478 = two one five , oh five , seven eight
Tel : 02-745-5874 = oh two , seven four five , five eight seven four
การอ่านตัวเลขซ้ำกันสองตัวสามารถใช้ใช้ double มาแทนได้ เช่น
Tel : 02-374-5509 = oh two , three seven four , double five oh nine
การอ่านบ้านเลขที่และการเขียน ที่อยู่ภาษาอังกฤษ
เลขที่บ้าน 42/15 หมู่บ้านกรีนการ์เดน ถนน เพชรเกษม
= fourty-two stroke fifteen , Green Garden Village , Petchkasem Road
ห้อง 602 ชั้น 4 ตึก P.A.
= Room six hundred two , the fourth floor , P.A. Building
การอ่าน ทศนิยม (Decimals) ภาษาอังกฤษ
จุด ( . ) นั้น เราจะใช้คำว่า point
* เลขหน้าจุดนั้น จะอ่านอย่างการนับธรรมดา
* เลขหลังจุดน้น จะอ่านแบบเรียงตัว
* สำหรับเลขศูนย์ จะอ่านได้ 3 แบบ
1. oh (โอ)
2. zero (ซีโร่)
3. naugh (น็อท)
ตัวอย่าง
5.27 = five point two seven
107.04 = one hundred five point oh four
2324.0986 = two thousand, three hundred twenty-four point oh nine eight six
.22 = point two two
.056 = point oh five six
23.75 = twenty-three point seven five
Wednesday, July 16, 2014
I'm fine Thank you. and you ?
ถ้าคุณยังคุ้นชินกับการพูดว่า I'm fine Thank you. and you ? คุณอาจต้องประหลาดใจว่า สิ่งที่คุณได้เรียนรู้คำนี้จากที่โรงเรียนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมชาติที่สุด ยังมีคำอีกหลายคำที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ การใช้ I'm fine Thank you. and you ? ที่เราๆถูกสอนมา ถูกต้องตามกฎไวยากรณ์ แต่ก็คงไม่ถือว่าดีที่สุด เพราะถ้าตามภาษาไทยจริงๆ ถามว่าสบายดีไหม เราก็คงไม่ตอบแค่สบายดี แล้วคุณล่ะ หรอกจริงไหมครับ
What can I use instead of “I’m fine thank you, and you?
+ ถ้าในทางบวก ก็จะมีคำเช่น
I’m doing well! How are you? หรือจะใช้ I'm doing fine ก็ได้ บอกว่าคุณสบายดี
I’m great, thanks! หรืออาจจะใช้ Im terrific! ,Im wonderful! เป็นการบอกว่าคุณรู้สึกดี แนวใส่อรรถรสเพิ่ม
I’m good, thanks. How are you?
I'm so-so (ก็งั้นๆ)
Not bad, you? (สบายๆ , ปกติ , หรือประมาณแปลว่า ก็งั้นๆ)
Same old, you? (ก็ปกติ เหมือนๆเก่า or so-so)
- ถ้าในทางลบ
Not so well. (ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะตามด้วยเหตุผลสั้นๆว่าทำไม)
Terrible (แย่ อาจจะตามด้วยเหตุผลสั้นๆว่าทำไม)
I'm not so good. (ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี)
What can I use instead of “I’m fine thank you, and you?
แล้วอะไรหล่ะ ที่เราสามารถพูดแทนคำว่า ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณหล่ะ
+ ถ้าในทางบวก ก็จะมีคำเช่น
I’m doing well! How are you? หรือจะใช้ I'm doing fine ก็ได้ บอกว่าคุณสบายดี
I’m great, thanks! หรืออาจจะใช้ Im terrific! ,Im wonderful! เป็นการบอกว่าคุณรู้สึกดี แนวใส่อรรถรสเพิ่ม
I’m good, thanks. How are you?
I'm so-so (ก็งั้นๆ)
Not bad, you? (สบายๆ , ปกติ , หรือประมาณแปลว่า ก็งั้นๆ)
Same old, you? (ก็ปกติ เหมือนๆเก่า or so-so)
- ถ้าในทางลบ
Not so well. (ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะตามด้วยเหตุผลสั้นๆว่าทำไม)
Terrible (แย่ อาจจะตามด้วยเหตุผลสั้นๆว่าทำไม)
I'm not so good. (ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี)
Subscribe to:
Posts
(
Atom
)

